ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ล้านนา
ล้านนา หรือ ลานนา
ข้อถกเถียงนี้เกิดจากในอดีต ธรรมเนียมการเขียนไม่เคร่งครัดการใส่วรรณยุกต์ คัมภีร์ใบลานจำนวนมากจึงมีทั้งคำ "ล้านนา" และ "ลานนา" ปรากฏอยู่ มีหลักฐานว่าในภายหลัง คือช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ ๒๑ อักษรธรรมล้านนาจึงมีรูปวรรณยุกต์ อย่างไรก็ตามผู้คนในช่วงนั้น ยังคงเคยชินกับการใส่หรือไม่ใส่วรรณยุกต์ก็ได้ จึงเป็นที่เข้าใจกันว่า ธรรมเนียมการเขียนแบบไม่ต้องกำกับวรรณยุกต์โท แต่ให้อ่านออกเสียงแบบวรรณยุกต์โทกำกับ ธรรมเนียมนี้มีสืบมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
ล้านนา มีศัพท์ที่มีภาษาบาลีกำกับ โดยสืบพบจากท้ายคัมภีร์ใบลานจากเมืองน่านและที่อื่นๆ อีก จำนวนไม่น้อยกว่า ๕๐ แห่ง ในภาษาบาลีว่า "ทสลกฺขเขตฺตนคร อ่านว่า (ทะ-สะ-ลัก-ขะ-เขต-ตะ-นะ-คอน) แปลความได้ว่า "เมืองสิบแสนนา หมายถึงดินแดนที่มีจำนวนที่นานับล้าน เป็นคำคู่กับเมืองหลวงพระบางที่ชื่ออาณาจักร"ล้านช้าง" คือดินแดนที่มีช้างนับล้านตัว หรือช้างร้อยหมื่น
ตั้งแต่ พ.ศ ๒๕๑๐ เป็นต้นมา ในหมู่นักวิชาการระดับสูงจำนวนหนึ่งพบคำว่า"ล้านนา"เป็นคำที่ถูกต้องแล้ว และชัดเจนมากขึ้นเมื่อ ดร.ฮันส์ เพนธ์เสนอบทความใน พ.ศ.๒๕๒๓ ยืนยันการพบคำล้านนาในศิลาจารึกวัดเชียงสา ศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร ได้ตรวจสอบศิลาจารึกดังกล่าวแล้วเห็นว่า มีคำ "ล้านนา" คู่กับคำว่า"ล้านช้าง"จริง จึงเสนอให้ใช้คำ"ล้านนา" แทนคำ "ลานนา" ใน พ.ศ.๒๕๒๖ ความเห็นนี้สอดคล้องกับนักวิชาการในจังหวัดเชียงใหม่ที่เสนอให้ใช้"ล้านนาไทย" เป็นชื่อหนังสืออนุสรณ์พระราชพิธีเปิด พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ที่เชียงใหม่ พ.ศ.๒๕๒๖-๒๕๒๗ หลังจากนั้นมา คำ "ล้านนา" ก็เป็นที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลาย
อย่างไรก็ตาม ใน ช่วงพ.ศ. ๒๕๓๐ มีการโต้เถียงในเรื่องนี้กันอีกครั้งหนึ่ง และคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทยโดยมีศาสตราจารย์ ดร.ประเสริฐ ณ นคร เป็นประธานการสอบชำระ ได้ให้ข้อยุติว่า คำ "ล้านนา" เป็นคำที่ถูกต้องแล้ว

